โรงพยาบาลลับแล  เป็นโรงพยาบาลที่มีคุณภาพ  ได้มาตรฐาน  เพื่อชุมชน
โรงพยาบาลลับแล โทร.0-5543-1345,0-5543-1976,0-5543-2104
--> หน้าหลัก
--> ทิศทางองค์กร
--> โครงสร้างองค์กร
--> ประวัติโรงพยาบาล
--> ข้อมูลประชากร
--> ข้อมูลบุคลากร
--> สถิต
--> ระบบจ่ายยาเวชภัณฑ์
--> ข่าวประชาสัมพันธ์
--> ผลงานเด่นโรงพยาบาล
--> กระดานถามตอบ
--> ภาคเอกชน
-->ตำนานเมืองลับแล
--> Webmail

กลิ่นปาก

กลิ่นปาก คือ ลมหายใจที่ผ่านช่องปากมีกลิ่นเห็นเป็นครั้งคราว หรือมีกลิ่นตลอดเวลาก็ว่าได้ คนส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่ามีกลิ่นปาก อาจทดสอบด้วยตัวเองโดยการใช้มือบังบริเวณปากและจมูก แล้วหายใจออกทางปาก แล้วตามด้วยหายใจเข้าทางจมูกก็จะได้กลิ่นปาก

สาเหตุ

• อนามัยช่องปากไม่ดี มีเศษอาหารค้างในช่องปากเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากฟันผุ เหงือกอักเสบ การแปรงฟันไม่สะอาด ไม่ได้ใช้ไหมขัดฟันหลังกินอาหาร จึงมีเศษอาหารค้างอยู่ในช่องปาก ซอกฟัน นอกจากนี้ ยังเกิดจากคราบแบคทีเรียที่เกาะตามฟัน เหงือก ลิ้น ซอกฟันเก ฟันปลอม และอุปกรณ์ทางทันตกรรม เมื่อเชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนมากขึ้น ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นได้ เลือดออกตามไรฟันเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของกลิ่นปาก
• บุหรี่ คราบสารนิโคติน และทาร์ (tar) ในบุหรี่ที่เคลือบตามฟันและติดแน่นกับเหงือก ช่องปาก และปอด ทำให้ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น
• สุขภาพทั่วไป กลิ่นปากอาจเกิดจากโรคต่างๆ เช่น ทอนซิลอักเสบ ปอดอักเสบ แผลในช่องปาก ไซนัสอักเสบ ไข้หวัด โรคของกระเพาะอาหาร ยาบางชนิด
• อาหาร โดยเฉพาะเครื่องเทศ กระเทียม หอม สุรา ซึ่งจะมีกลิ่นติดปากประมาณ 1-2 วัน นมและเนยก็มีส่วนให้เกิดกลิ่นปากได้
• ปากแห้งอันมีสาเหตุมาจากน้ำลายน้อย เช่น ผู้มีอาชีพใช้เสียง หรือผู้ป่วยภูมิแพ้ที่นอนอ้าปากหายใจทางปากขณะหลับ การเคี้ยวอาหารช่วยให้น้ำลายออกมากขึ้น
• อายุ แม้ว่าจะดูแลอนามัยช่องปากเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม อายุที่สูงขึ้นมีส่วนทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของต่อมน้ำลายผลิตน้ำลายน้อยลง

การดูแลตนเอง

กลิ่นปากสามารถหายได้ด้วยการรักษาสุขอนามัยช่องปากให้ดี หากยังไม่ดีขึ้นควรพบทันตแพทย์

• ทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหากลิ่นปาก คือ การแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ และใช้ไหมขัดฟันทุกวัน อีกทั้งนัดพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน
• หากมีเลือดออกตามไรฟันขณะแปรงฟัน หรือหลังใช้ไหมขัดฟันเป็นเวลาเกิน 3 สัปดาห์ อาจเกิดจากเหงือกอักเสบ ควรพบทันตแพทย์
• ควรแปรงลิ้นให้ถึงโคนลิ้นด้วยแปรงที่อ่อนนุ่มทุกวัน เพราะลิ้นเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียเช่นกัน พบว่าผู้ที่แปรงลิ้นมีกลิ่นปากน้อยกว่าผู้ที่แปรงฟันโดยไม่แปรงลิ้น
• ผู้ที่สูบบุหรี่ควรหยุดสูบบุหรี่ทันที กลิ่นปากจะหมดไปหลังหยุดสูบบุหรี่ 2 สัปดาห์
• ดื่มน้ำปริมาณมากเพื่อป้องกันปากแห้ง
• กินผักสดและผลไม้ที่มีกากใยอาหาร เป็นการช่วยทำความสะอาดฟัน
• หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น หอม กระเทียม เครื่องเทศ
• น้ำยาบ้วนปาก ยาอม และสเปรย์ดับกลิ่นปาก ช่วยบดบังหรือระงับกลิ่นปากได้ชั่วคราว ไม่ควรอมยาอมที่มีรสหวาน เพราะเป็นเหตุให้แบคทีเรียเติบโตดี ส่งผลให้ฟันผุและเกิดกลิ่นปากมากขึ้น
• ทำความสะอาดฟันปลอมทุกคืนตามคำแนะนำของทันตแพทย์
• ไม่ควรงดอาหารบางมื้อ เพราะการเคี้ยวช่วยเพิ่มการหลั่งน้ำลายการรักษา
• ตรวจสุขภาพช่องปากเพื่อหาสาเหตุ และรักษาตามสาเหตุ
• ส่งไปพบแพทย์ หากสาเหตุของกลิ่นปากไม่ได้เกิดจากปัญหาในช่องปาก


แหล่งข้อมูล : นิตยสาร HealthToday

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0-5543-1345,0-5543-1976,0-5543-2104 ต่อ 117