โรงพยาบาลลับแล  เป็นโรงพยาบาลที่มีคุณภาพ  ได้มาตรฐาน  เพื่อชุมชน
โรงพยาบาลลับแล โทร.0-5543-1345,0-5543-1976,0-5543-2104
--> หน้าหลัก
--> ทิศทางองค์กร
--> โครงสร้างองค์กร
--> ประวัติโรงพยาบาล
--> ข้อมูลประชากร
--> ข้อมูลบุคลากร
--> สถิต
--> ระบบจ่ายยาเวชภัณฑ์
--> ข่าวประชาสัมพันธ์
--> ผลงานเด่นโรงพยาบาล
--> กระดานถามตอบ
--> ภาคเอกชน
-->ตำนานเมืองลับแล
--> Webmail
การดูแลรักษา สุขภาพฟัน และเหงือก

ปัจจุบัน คนไทยมีอัตราการเกิดโรคฟันผุ และโรคเหงือกอักเสบสูงมาก ทำให้สูญเสียฟันไปก่อนเวลาอันควร ทั้งที่ควรอยู่กับเราไปจนตลอดชีวิต สาเหตุที่สำคัญของโรคทั้งสอง คือ แผ่นคราบจุลินทรีย์

แผ่นคราบจุลินทรีย์ เกิดจากจุลินทรีย์ในช่องปาก ทำปฏิกริยากับเศษอาหาร และสารประกอบในน้ำลาย รวมกันเป็นแผ่นคราบเหนียว ติดแน่นบนผิวฟัน จะเห็นเป็นคราบเมือกหรือรูฟันผุ แผ่นคราบนี้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ส่วนประกอบสำคัญของแผ่นคราบนี้ คือ เชื้อจุลินทรีย์นานาชนิด ซึ่งสามารถเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นกรด ทำลายผิวฟันเป็นรู ทำให้เกิดฟันผุ และผลิตสารพิษทำลายเหงือก ทำให้เหงือกอักเสบ และรวมกับสารแคลเซียมในน้ำลาย ตกตะกอนบนแผ่นคราบจุลินทรีย์ ก่อให้เกิดหินน้ำลาย หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ หินปูน หินน้ำลายนี้ จะเกาะบริเวณคอฟัน และผิวรากฟัน ซึ่งมีหลายสี ตั้งแต่สีขาวขุ่นคล้ายสีฟัน สีน้ำตาล หรือสีดำ และมีผิวขรุขระ ทำให้เหงือกอักเสบ และมีการทำลายกระดูกรอบรากฟัน เกิดโรคปริทัศต์ขึ้น ถ้าปล่อยให้โรครุกลามต่อไป มีการทำลายกระดูก รอบรากฟันมากขึ้น จะทำให้ฟันโยก และหลุดไป

ฟันและเหงือก จะถูกทำลายมากน้อย รวดเร็วเพียงใด ขึ้นอยู่กับ การดูแลสุขภาพช่องปากของแต่ละคน เนื่องจากแผ่นคราบจุลินทรีย์ เป็นสาเหตุสำคัญของฟันผุ และโรคเหงือกอักเสบ ดังนั้น การกำจัดหรือการควบคุม ไม่ให้เกิดแผ่นคราบจุลินทรีย์ จึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด ในการป้องกันการเกิดโรคทั้งสอง ด้วยตัวเราเอง วิธีที่เหมาะสมที่สุด คือ การแปรงฟันให้ถูกวิธี หลังทานอาหารทุกมื้อ หรืออย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและก่อนนอน ร่วมกับการใช้เส้นใยขัดฟัน (Dental floss) ทำความสะอาดซอกฟัน การดูแลรักษาสุขภาพฟันและเหงือก ในแต่ละช่วงวัยมีความแตกต่างกันบ้าง หลักง่ายๆ ที่ควรปฏิบัติ สำหรับคนในช่วงวัยต่างๆ มีดังนี้

    แรกเกิดถึง 6 ปี
    ช่วงอายุ 6 - 12 ปี และเมื่อฟันแท้ขึ้นครบ

การทำความสะอาดซอกฟันด้วยเส้นใยขัดฟัน

เนื่องจากการแปรงฟัน ไม่สามารถทำความสะอาด ทางด้านข้างของฟันได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น จึงต้องใช้เส้นใยขัดฟัน ในการทำความสะอาดซอกฟัน โดยทำก่อนการแปรงฟัน มีวิธีการทำความสะอาดดังนี้
ใช้เส้นใยขัดฟันยาวประมาณ 1 ฟุต พันเส้นใยที่นิ้วกลางของมือทั้งสอง ให้เหลือความยาว ระหว่างนิ้วกลางทั้งสอง ประมาณ 4-5 นิ้ว ในฟันบนให้ใช้นิ้วหัวแม่มือ และนิ้วชี้ ส่วนฟันล่างให้ใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้าง ช่วยบังคับทิศทาง ที่จะทำความสะอาดซอกฟัน ค่อยๆ เคลื่อนเส้นใยผ่านซอกฟัน ห้ามกดเส้นใยผ่านซอกฟันลงไปแรงๆ เพราะจะผ่านลงไปบาดเหงือกได้ เมื่อเส้นใยผ่านลงไปอยู่ในซอกฟันแล้ว ให้เส้นใยโอบฟันครึ่งซี่แนบกับคอฟัน และลงไปในซอก ระหว่างฟันกับเหงือก โดยไม่บาดเหงือกและไม่รู้สึกเจ็บ แล้วขยับขึ้นลง จากแนวเหงือกขึ้นหรือลง ไปด้านบดเคี้ยวประมาณ 4-5 ครั้ง โดยทำเช่นนี้ ทั้งฟันที่อยู่ด้านหน้า และฟันที่อยู่ด้านหลัง ของซอกฟันเดียวกันในฟันหลัง และทำฟันที่อยู่ด้านซ้าย และฟันที่อยู่ด้านขวา ของซอกฟันเดียวกันในฟันหน้า ทำเช่นนี้ให้ครบทุกซอกฟัน รวมทั้งด้านในสุดของฟันซี่สุดท้ายด้วย

ผู้ที่มีเหงือกร่นและรากฟันโผล่

ผู้ที่เป็นโรคปริทัศน์มาก จนมีฟันโยก และเหงือกอักเสบเป็นหนอง มีอาการปวด ถ้าผู้ป่วยต้องการเก็บฟันของตัวเองไว้ ต้องทำการรักษาโรคเหงือก โดยการผ่าตัดเหงือก และกรอแต่งกระดูก ที่อยู่รอบรากฟัน ที่มีการละลายตัว ทำให้รูปร่างผิดไปจากที่ควรเป็น ให้มีรูปร่างถูกต้อง วิธีการนี้ จะทำให้กระดูกละลายเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย หรือวิธีที่ 2 ถ้าต้องการให้มีกระดูก รอบรากฟันมากขึ้น ก็ทำการปลูกกระดูก โดยใส่สารกระดูก ลงไปทดแทนกระดูกที่ละลายไป เมื่อผ่าตัดเสร็จ จะเกิดช่องระหว่างฟันแต่ละซี่ โดยเฉพาะวิธีแรก ที่มีการกรอแต่งกระดูก ส่วนวิธีการเติมสารกระดูก มักจะไม่มีช่องระหว่างฟัน แต่อาจจะเกิดช่อง ระหว่างฟันแต่ละซี่ได้บ้างในบางครั้ง ดังนั้น
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการจะเก็บฟันไว้ อยู่ที่การทำความสะอาดฟัน และเหงือกของผู้ป่วยเอง โดยการแปรงฟันที่ถูกวิธี ใช้เส้นใยขัดฟันทำความสะอาดซอกฟัน และต้องใช้แปรงซอกฟันโดยเฉพาะ ทำความสะอาดซอกฟันร่วมด้วย ซึ่งต้องใช้แปรงซอกฟัน สอดเข้าไปแปรงทุกซอกฟันที่เกิดขึ้น

มีผู้ป่วยได้เล่าให้ฟังว่า เคยผ่าตัดเหงือกและตกแต่งกระดูก ทำให้เหงือกร่น มีช่องระหว่างฟันเกิดขึ้น ในครั้งแรก ไม่ได้สนใจการทำความสะอาดซอกฟัน และการแปรงฟันที่ถูกวิธี ทำให้การรักษาไม่ได้ผล ฟันโยกมากขึ้น และเหงือกอักเสบมากขึ้น แต่อยากเก็บฟันไว้ จึงยอมผ่าตัดซ้ำ และยอมทำความสะอาดซอกฟัน และแปรงฟันให้ถูกวิธี ตามที่หมอแนะนำ เขาบอกว่าต้องใช้เวลาทำนานถึง 1 ชม. ในการทำความสะอาด ให้หมดทั้งปากในแต่ละครั้ง จนหลายเดือนต่อมา ทำชำนาญขึ้น ทำให้ลดเวลาลงเหลือ 40 นาทีต่อครั้ง แต่ผลที่ได้ก็คุ้ม เพราะฟันที่เคยโยกน้อยๆ ปัจจุบันแน่นไม่โยกแล้ว ฟันที่เคยโยกมากก็โยกเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าไม่ทำความสะอาดให้ดี เพียงไม่กี่วัน ฟันก็จะมีอาการโยกมากขึ้นทันที และเริ่มเจ็บเหงือก แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การแปรงฟันที่ถูกวิธี และการทำความสะอาดซอกฟัน ด้วยเส้นใยขัดฟัน และแปรงซอกฟัน มีความสำคัญต่อการเก็บรักษาฟัน ในผู้ป่วยที่เป็นโรคปริทันต์

 น.อ. ชาตรี หัยกิจโกศล

 
     
แหล่งข้อมูล : http://web.ku.ac.th/saranaroo/chap2a.htm  
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0-5543-1345,0-5543-1976,0-5543-2104 ต่อ 117